โหมดผู้เยี่ยมชม คุณกำลังใช้เว็บไซต์ในฐานะผู้เยี่ยมชม เข้าสู่ระบบเพื่อให้เว็บไซต์บันทึกความก้าวหน้าของคุณ และเพื่อให้คุณส่งบทเรียนเพื่อรับการตรวจได้ เข้าสู่ระบบ สร้างบัญชี
บทที่ 002

คำจากลมหายใจของพระเจ้า

อ่าน 1 นาที 2 คำถาม บทที่ 2 จาก 3 ดาวน์โหลดไฟล์ PDF
ฟังบทเรียนนี้ฟัง

ทุกๆข้อ​ใน​พระคัมภีร์ พระเจ้า​เป็น​ผู้​ดลใจ​ให้​เขียน​ขึ้นมา เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​ใน​การ​สั่งสอน​ความจริง ชี้​ให้​คน​เห็น​ถึง​ความบาป​ใน​ชีวิต ช่วย​ปรับปรุง​แก้ไข​ให้​คนดี​ขึ้น และ​ฝึก​คน​ให้​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า

2 ทิโมธี 3:16 ERV

เวลาเราได้ยินใครบอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นงานเขียนที่ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียน เรามักจะนึกถึงหนังสือที่อ่านสนุก หรือมีภาษาที่สวยงามน่าประทับใจ เหมือนกับงานเขียนของเชกสเปียร์ แต่ในพระคัมภีร์ คำว่าได้รับการบันดานใจมีความหมายที่แตกต่างและพิเศษกว่านั้นมาก ในพระคัมภีร์คำนี้หมายถึงลมหายใจของพระเจ้า ซึ่งหมายความว่าคำทุกคำในพระคัมภีร์มาจากพระเจ้าโดยตรง การที่มนุษย์ได้รับแรงบันดาลใจคือการที่คนคนหนึ่งมีความคิดดีๆเกิดขึ้น แต่การได้รับการดลใจจากพระเจ้าหมายถึงพระเจ้าเป็นผู้ทรงนำทุกถ้อยคำในการเขียน แรงบันดาลใจของมนุษย์นั้นพิเศษจริง แต่การดลใจจากพระเจ้านั้นพิเศษที่สุดและมีเพียงหนึ่งเดียวอัครทูตเปาโลบอกเราใน 2 ทิโมธี 3:16 ว่า พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสั่งสอน การตักเตือน การแก้ไขสิ่งผิดให้ถูก และการอบรมในความชอบธรรม นั่นหมายความว่าพระคัมภีร์ทั้งเล่มไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มไหน บทไหน ประโยคไหน หรือคำไหน ล้วนมาจากพระเจ้า พระเจ้าทรงนำคนที่เขียนพระคัมภีร์เพื่อให้สิ่งที่พวกเขาเขียนออกมาเป็นสิ่งที่พระองค์อยากจะบอกเราจริงๆ คนที่เขียนพระคัมภีร์ อย่างเช่น โมเสส มัทธิว และเปาโล ไม่ได้เขียนตามคำบอกเหมือนหุ่นยนต์ที่จดบันทึกคัดลอกตามเสียงกระซิบ และพระเจ้าก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนเขียนด้วยสำนวนภาษาแบบเดียวกัน แต่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยให้พวกเขาเขียนความจริงของพระเจ้า โดยยังใช้นิสัยและสไตล์การเขียนของพวกเขาเอง กระบวนการที่มหัศจรรย์นี้เรียกว่าการประพันธ์ร่วมกันของพระคัมภีร์ ซึ่งพระเจ้าเป็นผู้คิดที่แท้จริง โดยพระองค์ทำงานผ่านคนเขียนที่เป็นมนุษย์พระคัมภีร์ต้นฉบับแรกสุดที่พวกเขาเขียนนั้นสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะพระเจ้าทรงนำพวกเขาอย่างเต็มที่ ส่วนฉบับคัดลอกหรือคำแปลในยุคต่อมาอาจมีบางจุดที่คลาดเคลื่อนไปบ้าง เพราะมนุษย์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่จุดเล็กน้อยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ใจความสำคัญที่พระเจ้าอยากให้เรารู้เปลี่ยนแปลงไปเลย เมื่อพระคัมภีร์มาจากพระเจ้า พระ

คัมภีร์จึงมีฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าอยู่ หมายความว่าพระคัมภีร์คือคู่มือที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตเรา สิ่งที่พระเจ้าบอกสำคัญกว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร สำคัญกว่าสิ่งที่สังคมบอกเรา หรือแม้แต่ความต้องการของเราเอง เมื่อพระคัมภีร์บอกให้เราทำอะไร เราควรเชื่อฟัง เพราะนั่นคือเสียงของพระเจ้าที่กำลังพูดกับเราแล้วเราควรทำอย่างไรกับคำของพระเจ้าที่ได้รับการดลใจนี้ เราต้องทำสองอย่างอย่างแรกคือศึกษา เราควรอ่านพระคัมภีร์ เรียนรู้ ถามคำถาม พยายามทำความเข้าใจ การศึกษาพระคัมภีร์เป็นเรื่องที่เราต้องทำตลอดชีวิต ไม่มีใครเรียนจบได้ในวันเดียวอย่างที่สองคือใช้ชีวิตให้สอดคล้องตามนั้น เราไม่ควรแค่ได้ยินคำของพระเจ้าเฉยๆ แต่เราต้องเชื่อฟังและทำตามด้วย ยากอบ 1:22 บอกว่า อย่าเพียงแต่ฟังพระวจนะ ซึ่งเป็นการหลอกตัวเอง แต่จงปฏิบัติตามพระวจนะนั้นสำหรับคริสเตียนทุกคน การเรียนรู้และการใช้ชีวิตตามพระคัมภีร์ควรเป็นเรื่องปกติเหมือนกับการหายใจเข้าออกพระเจ้ามอบพระคำที่ได้รับการดลใจนี้ให้เรา เพื่อให้เราได้รู้จักพระองค์ ไว้วางใจพระองค์ และติดตามพระองค์ได้ในทุกๆ วันคำถามสำหรับบทเรียนนี้

พระคำของพระเจ้า (พระคัมภีร์) มีประโยชน์กับชีวิตเราในเรื่องอะไรบ้าง ลองบอกมา 2 อย่างง่ายๆ

1
เวลาคนเขียนพระคัมภีร์ (อย่างเช่น โมเสส หรือ เปาโล) เขียน พระเจ้าได้บังคับให้เขาเขียนทุกคำไหม แล้วพระเจ้าช่วยให้พวกเขาเขียนออกมาได้ยังไง?

เข้าสู่ระบบ เพื่อเขียนคำตอบที่นี่และส่งเพื่อรับการตรวจ

2
หลังจากที่เราได้ยินพระคำของพระเจ้าแล้ว เราควรทำอะไรบ้างกับพระคำพิเศษนี้ (ลองบอกมา 2 อย่าง)?

เข้าสู่ระบบ เพื่อเขียนคำตอบที่นี่และส่งเพื่อรับการตรวจ

โหมดผู้เยี่ยมชม

คุณกำลังอ่านในฐานะผู้เยี่ยมชม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้เว็บไซต์บันทึกความก้าวหน้าของคุณ และเพื่อให้คุณเขียนคำตอบและส่งบทเรียนนี้เพื่อรับการตรวจได้