โหมดผู้เยี่ยมชม คุณกำลังใช้เว็บไซต์ในฐานะผู้เยี่ยมชม เข้าสู่ระบบเพื่อให้เว็บไซต์บันทึกความก้าวหน้าของคุณ และเพื่อให้คุณส่งบทเรียนเพื่อรับการตรวจได้ เข้าสู่ระบบ สร้างบัญชี
บทที่ 03

คนทุกคนต้องมีคนที่ต้องเคารพเชื่อฟังอยู่

อ่าน 1 นาที 3 คำถาม บทที่ 3 จาก 3 ดาวน์โหลดไฟล์ PDF
ฟังบทเรียนนี้ฟัง

ชีวิตของเราในทุกๆที่ เราต้องเคารพเชื่อฟังใครบางคนเสมอ อย่างเช่นที่โรงเรียน นักเรียนก็ต้องเชื่อฟังคุณครู อยู่ที่บ้าน เด็กๆ ก็ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ หรือเวลาแข่งฟุตบอล นักฟุตบอลก็ต้องเคารพเชื่อฟังกรรมการ พอกรรมการเป่านกหวีด เกมก็ต้องหยุดทันที เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะกรรมการเขามีสิทธิอำนาจที่สามารถทำได้ไงสิทธิอำนาจหมายถึง การมีสิทธิ์ตัดสินว่าอะไรถูกหรืออะไรผิด เหมือนที่คุณครูตัดสินว่าคำตอบไหนถูกต้อง หรือคุณตำรวจสามารถสั่งให้รถหยุดได้ สิทธิอำนาจคืออำนาจในการตัดสินใจที่คนอื่นต้องทำตาม

ใครคือผู้ที่มีสิทธิอำนาจสูงสุด

เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า แล้วใครกันที่มีสิทธิอำนาจสูงสุด เป็นรัฐบาลของเราเหรอ พ่อแม่ใช่ไหม หรือว่าเป็นผู้นำทางศาสนาพระคัมภีร์สอนเราว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกใบนี้ขึ้นมา พระเจ้าสร้างมนุษย์ และพระเจ้าเป็นผู้ให้ชีวิต ในเมื่อพระเจ้าสร้างทุกอย่างขึ้นมา พระองค์จึงมีสิทธิอำนาจเหนือทุกสิ่ง คนที่สร้างอะไรขึ้นมาก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะตัดสินว่าสิ่งนั้นควรจะใช้งานยังไง เหมือนเราสร้างบ้านขึ้นมาสักหลัง เราย่อมตัดสินได้ว่าจะให้มีอะไรอยู่ในบ้านของเราบ้างพระเจ้าสร้างโลกและสร้างเรามา พระองค์จึงมีสิทธิ์ที่จะบอกเราว่าเราควรใช้ชีวิตยังไง

พระเจ้าพูดไว้ที่ไหน

หลายคนบอกว่าพวกเขาเชื่อในพระเจ้า แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าพระองค์พูดว่าอะไรบ้างพระคัมภีร์บอกเราว่า “พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า” ตามที่เขียนไว้ใน 2 ทิโมธี 3:16 ซึ่งหมายความว่าพระคัมภีร์มาจากพระเจ้าจริงๆ ไม่ใช่แค่ความคิดของคนหรือเป็นแค่นิทานโบราณ

พระเยซูเองก็ยังเรียกพระคัมภีร์ว่า “คำของพระเจ้า” ในมาระโก 7:13 พระเยซูเชื่อว่าพระคัมภีร์คือคำของพระเจ้าที่แท้จริง ถ้าพระเจ้าพูดผ่านพระคัมภีร์ นั่นก็แปลว่าพระคัมภีร์มีสิทธิอำนาจของพระเจ้ารวมอยู่ด้วย

เมื่อพระเจ้าพูด เราต้องฟัง

ถ้าคุณครูพูด นักเรียนต้องเชื่อฟัง เมื่อผู้พิพากษาตัดสิน คนก็ต้องทำตาม แล้วถ้าพระเจ้าพูด เราควรจะฟังไหมแน่นอนว่าเราต้องเชื่อฟัง ถ้าพระคัมภีร์คือคำของพระเจ้า การที่เราไม่สนใจพระคัมภีร์ ก็เท่ากับว่าเราเมินเฉยต่อพระเจ้าด้วย การเชื่อในพระคัมภีร์ก็คือการเชื่อในพระเจ้า และการเชื่อฟังพระคัมภีร์ก็คือการเชื่อฟังพระเจ้านั่นเอง

ใครคือผู้มีสิทธิอำนาจในชีวิตของเรา

ทุกวันนี้ หลายคนบอกว่าพระคัมภีร์เป็นแค่หนังสือเล่มหนึ่ง หรือบอกว่ามันเก่าไปแล้ว หรือเป็นเรื่องของฝรั่งคนต่างชาติเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วเราทุกคนต่างทำตามและอยู่ใต้อำนาจของใครบางคนอยู่ดี บางคนทำตามที่สังคมบอกบางคนทำตามความรู้สึกของตัวเอง บางคนทำตามประเพณีที่สืบทอดกันมา หรือบางคนก็ทำตามผู้นำศาสนา ไม่มีคนไหนเลยใช้ชีวิตโดยไม่เชื่อฟังสิทธิอำนาจคอยนำทาง คำถามที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่ว่าเราทำตามสิทธิอำนาจไหม แต่คือเราทำตามสิทธิอำนาจของใครต่างหาก เราจะทำตามสิ่งที่มนุษย์บอก หรือจะทำตามที่พระเจ้าบอกดี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

ถ้าพระคัมภีร์คือคำของพระเจ้าจริงๆ พระคัมภีร์ก็จะสอนเราว่าอะไรคือเรื่องจริงและอะไรคือเรื่องโกหก สอนว่าอะไรถูกและอะไรผิด และทำให้เราเห็นว่าควรใช้ชีวิตยังไง รวมถึงบอกวิธีที่พระเจ้าจะช่วยให้เรารอดด้วย ถ้าพระคัมภีร์ไม่ใช่คำของพระเจ้า เราจะไม่สนใจก็ได้ แต่ถ้าเป็นคำของพระเจ้า เราก็ควรจะอ่าน เรียนรู้ เชื่อ และทำตามนั้น ให้พระคำของพระเจ้าคอยนำทางชีวิตเรา นำทางครอบครัว และคริสตจักรของเรานะ

การตอบสนองต่อสิทธิอำนาจของพระเจ้า

ลองใช้เวลาทำกิจกรรมนี้ช้าๆ และตอบอย่างจริงใจตรวจสอบความเข้าใจเขียนคำตอบของเราลงไป

1
คำว่า สิทธิอำนาจ หมายถึงอะไร?

เข้าสู่ระบบ เพื่อเขียนคำตอบที่นี่และส่งเพื่อรับการตรวจ

2
ทำไมพระเจ้าถึงมีสิทธิอำนาจเหนือตัวเรา

เข้าสู่ระบบ เพื่อเขียนคำตอบที่นี่และส่งเพื่อรับการตรวจ

3
ทุกวันนี้พระเจ้าพูดกับเราไว้ที่ไหน

เข้าสู่ระบบ เพื่อเขียนคำตอบที่นี่และส่งเพื่อรับการตรวจ

อ่านและคิดตาม

• ลองอ่านประโยคนี้ช้าๆ นะ:

ทุกๆข้อ​ใน​พระคัมภีร์ พระเจ้า​เป็น​ผู้​ดลใจ​ให้​เขียน​ขึ้นมา เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​ใน​การ​สั่งสอน​ความจริง ชี้​ให้​คน​เห็น​ถึง​ความบาป​ใน​ชีวิต ช่วย​ปรับปรุง​แก้ไข​ให้​คนดี​ขึ้น และ​ฝึก​คน​ให้​ทำ​ตามใจ​พระเจ้า

2 ทิโมธี 3:16 ERV

อธิบายข้อความนี้ จากความเข้าใจของเราเอง

• ทีนี้ลองอ่านประโยคนี้ดูนะ

คำบัญชา​ของพระองค์​เป็น​โคมไฟ​ให้กับ​เท้า​ของข้าพเจ้า เป็น​แสงสว่าง​ให้กับ​ทาง​ของข้าพเจ้า

สดุดี 119:105 ERV

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราเดินในที่มืด โดยไม่มีตะเกียงหรือไฟฉายเลย

ทบทวนตัวเอง

ให้วงกลมล้อมรอบข้อความที่ตรงกับตัวเรามากที่สุดในตอนนี้:

• ฉันแทบจะไม่เคยอ่านพระคัมภีร์เลย • ฉันอ่านบ้างบางครั้ง • ฉันอ่านบ่อยๆ • ฉันอ่านและพยายามทำตามด้วย • ทีนี้ลองตอบอย่างจริงใจ • เวลาที่พระคัมภีร์เตือนว่าฉันทำผิด ฉันยอมเปลี่ยนตัวเองไหม (ใช่ / ไม่ใช่)

สัญญาใจ

ถ้าพระคัมภีร์คือคำของพระเจ้า ฉันจะ • อ่านพระคัมภีร์วันละ 10 นาทีในสัปดาห์นี้ • เชื่อฟังคำสอนในพระคัมภีร์หนึ่งอย่างที่ฉันเคยไม่ใส่ใจมาก่อน • เลิกทำบาปหนึ่งอย่างที่ฉันรู้ว่ามันผิด • ขอให้พระเจ้าช่วยให้ฉันเข้าใจคำของพระองค์

สำหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นคริสเตียน

ถ้าเรายังไม่แน่ใจว่าพระคัมภีร์มาจากพระเจ้าจริงไหมให้ลองถามตัวเองดูนะ

ถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นคำของพระเจ้าจริงๆ เราอยากจะรู้จักมันไหมเราสามารถอธิษฐานแบบนี้ได้นะ “พระเจ้าคะ ถ้าพระองค์มีจริง และถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นคำของพระองค์จริงๆ โปรดให้ลูกรับรู้ได้ และช่วยให้ลูกเข้าใจพระองค์และพระคำของพระองค์” หลังจากนั้นให้ลองเริ่มอ่านพระคัมภีร์ยอห์นดู อ่านช้าๆ ถามใจตัวเราและลองค้นหาความจริงอย่างตั้งใจดู”

โหมดผู้เยี่ยมชม

คุณกำลังอ่านในฐานะผู้เยี่ยมชม

เข้าสู่ระบบเพื่อให้เว็บไซต์บันทึกความก้าวหน้าของคุณ และเพื่อให้คุณเขียนคำตอบและส่งบทเรียนนี้เพื่อรับการตรวจได้